link slot Pragmatic Play resmi dan terpercaya 2024

Spaceman Slot

spaceman

slot bonus new member

situs slot deposit 10 ribu

permainan spaceman slot Resmi di Indonesia

เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

Handbook 20 ล้างหน้าอย่างไร ดีต่อผิว

24/03/2022

แชร์บทความนี้

“การล้างหน้า เป็นขั้นตอนแรก และเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ ในการดูแลผิวครับ เป็นขั้นตอนที่คนมักมองข้าม และเป็นขั้นตอนที่หลาย ๆ ท่านยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ผมอยากขอให้ทุก ๆ ท่านลองสละเวลาอันมีค่าประมาณ 3 นาที อ่านคอนเทนต์นี้แล้วลองปรับใช้ และปฏิบัติตามดูครับ และท่านจะพบว่าสุขภาพผิวหน้าของท่านจะดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียวครับ”

ก่อนจะไปเรื่องผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า และวิธีล้างหน้า รู้หรือไม่ครับ ? ตกเย็นกลับถึงบ้าน ใบหน้าเรามีสิ่งสกปรกอะไรบ้าง ?
เราสามารถแบ่งสิ่งสกปรกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้ดังนี้ครับ
กลุ่มแรก : สิ่งสกปรกที่ผิวสร้างขึ้นมาเอง ได้แก่

  • เหงื่อ
  • น้ำลาย (ใช่ครับ เวลาเราพูด หน้าเราเลอะละอองน้ำลายครับ)
  • ไขมันที่ต่อมไขมันผลิตออกมา
  • เศษเซลล์ผิวเก่าที่หมดสภาพ แต่ไม่ยอมหลุดออกไปเป็นขี้ไคล


ส่วนกลุ่มที่สอง : สิ่งสกปรกที่เกิดจากภายนอก ได้แก่

  • สกินแคร์ที่เราทาลงไป (ใช่แล้วครับ สารในสกินแคร์ โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมัน เมื่อสัมผัสโดนอากาศ ความร้อน แสงแดด ก็จะมีเปลี่ยนสภาพเป็นของเสียได้ครับ)
  • ครัมกันแดด
  • รองพื้น เมคอัพ
  • ฝุ่นหยาบ เส้นใยผ้า เส้นใยกระดาษ
  • ฝุ่นละเอียด อาทิเช่น ฝุ่น PM10 PM2.5 ซึ่งประกอบไปด้วย โลหะหนัก สารก่อมะเร็ง และก๊าซพิษหลายหลายชนิด


เห็นอย่างนี้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยใช่มั้ยครับว่าทำไม ผมถึงเกริ่นไว้ในตอนต้นว่า “การล้างหน้า เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ ในการดูแลผิว”

ทีนี้ถ้าเราแบ่งสิ่งสกปรกเหล่านี้ใหม่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ล้างออกง่าย และกลุ่มที่ล้างออกยาก เราจะแบ่งได้เป็นดังนี้ครับ

กลุ่มที่ล้างออกง่าย ได้แก่ เหงื่อ, น้ำลาย, ผิวเก่า, ฝุ่นหยาบ, สกินแคร์ที่ทาไว้
สิ่งสกปรกเหล่านี้จะละลายไปกับน้ำได้ง่าย หรือไม่ก็มีขนาดที่ใหญ่ ในทางปฏิบัติ แค่ใช้น้ำเปล่าชะล้าง ก็ออกไปเกือบหมดแล้วครับ
ส่วนกลุ่มที่ล้างออกยาก ได้แก่ ไขมันที่ต่อมไขมันผลิตออกมา, กันแดด, รองพื้น, ฝุ่นละเอียด PM10 PM2.5 ซึ่งกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่สังเกตได้ง่ายก็คือ

 

  1. เป็นสิ่งสกปรกที่ละลายไปกับน้ำได้ยาก หรือ
  2. เป็นสิ่งสกปรกที่มีขนาดเล็กมาก
  3. หรือมีทั้งสองข้อรวมกัน

สิ่งสกปรกกลุ่มนี้แหละครับที่จะสร้างปัญหา หากเราไม่สามารถล้างมันออกไปได้อย่างถูกวิธี

หากเราแบ่ง กลไกในการล้างเอาสิ่งสกปรกที่ล้างออกยากออกจากผิว จะแบ่งได้เป็น 2 กลไกครับ

กลไกที่ 1 ใช้แรงขัดถู (Rubbing) อยากให้ทุกท่านลองนึกตามดูนะครับ สมมติเวลาเสื้อเราเปื้อนซอส โดยธรรมชาติ เราก็จะยื่นมือไปหยิบกระดาษทิชชู่ แล้วก็เช็ดมันออกไป ถ้ายังไม่ออก เราก็คงเปลี่ยนแผ่นทิชชู่แผ่นใหม่มาเช็ดซ้ำ เช็ด ถู ๆ ถูจนไม่ทิชชู่ยุ่ย เส้นใยผ้าของเสื้อเราก็ยุ่ยแหละครับ แต่เนื่องจากคราบซอสมันมีทั้งสี มีไขมัน มันไม่ได้ออกง่าย ๆ ครับ เราก็จะมักจะเอาทิชชู่นั้นไปชุบน้ำ บางทีก็น้ำสบู่แล้วก็เช็ดถูดูใหม่ ซึ่งคราบซอสมันก็จะออกดีขึ้น แต่ต้องยอมรับครับว่าออกไม่หมด

กลไกที่ 2 ใช้การละลาย (Dissolving) สุดท้ายเราก็จะใช้ชีวิตกับเสื้อเปื้อนซอสนั้นจนถึงเย็นกลับบ้าน เราก็จะเอามันมาแช่น้ำยาอะไรซักอย่างที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาฟอกผ้าขาว น้ำส้มสายชู น้ำอะไรก็ตามที่เราเสิร์ชเจอในกูเกิล ทิ้งไว้ข้ามคืน ตื่นขึ้นมา เราก็จะพบว่า คราบซอสเหล่านั้นยังอยู่เหมือนเดิม !!!
ล้อเล่นครับ คราบซอสนั้น หายไปแล้วครับ แต่เสื้อเราก็เลอะน้ำยาฟอกผ้าขาวไปแล้ว เราก็ต้องมาซักเสื้อเราอีกรอบเพื่อล้างเอาน้ำยาที่หลงเหลืออยู่ออกไปครับ

(เรื่องซักผ้าเป็นงานถนัดของผมเลยครับ ผมเลยนอกเรื่องไปไกลนิดนึง 555)

แต่ที่จริงไม่ได้นอกเรื่องนะครับ

ภาพนี้เป็นภาพแสดงสิ่งที่เกิดเวลาเราล้างสิ่งสกปรกโดยกลไก Rubbing ครับ

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กลไกนี้ได้แก่ Cleansing Water , Cleansing Lotion, Micellar Water และอีกหลาย ชื่อ ที่เวลาใช้จะต้องหยดลงบนสำลีแล้วเช็ดครับ เหมาะกับสิ่งสกปรกที่ไม่ได้เยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น

สกินแคร์เช้า + กันแดดแบบไม่กันน้ำ + แป้งฝุ่น + ปัดแก้ม + เขียนคิ้ว + ลิปนิดหน่อย ไม่ลงรองพื้น ไม่ขอบตา ไม่มาสคาร่า

ให้เลือกสำลีที่นุ่มที่สุดเท่าที่จะหาได้ ชุบน้ำ Cleansing Lotion เยอะ ๆ เปลี่ยนสำลีบ่อย ๆ เพื่อลดการเสียดสีที่จะเกิดกับผิวให้เหลือน้อยที่สุด เพราะถ้าผิวเสียดสีนั่นหมายถึง Skin Barrier กำลังถูกทำลาย ผิวจะเสียน้ำ สิ่งแปลกปลอมจะเข้ามาจู่โจม และปัญหาอื่น จะตามมาเป็นหางว่าวเลยทีเดียวครับ

แต่ถ้าวันไหน

สกินแคร์เช้า + กันแดดแบบกันน้ำ + รองพื้นจัดเต็ม + แป้งฝุ่น + ปัดแก้ม + เขียนคิ้ว + เขียนขอบตาบนล่าง + ปัดมาสคาร่า + ลิปแมท

หรือที่จริงแค่สกินแคร์ + กันแดดแบบกันน้ำ

เราก็ไม่ควรใช้กลไก Rubbing แล้วครับ และควรเปลี่ยนการล้างหน้ามาใช้กลไก dissolving แทน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้กลไกนี้ได้แก่ Cleansing Gel , Cleansing Milk , Cleansing Cream หรือ Cleansing Oil ครับ

เมื่อพูดถึงการละลาย ข้อเท็จจริงมีอยู่ 3 ข้อ ก็คือ

1 ** ปริมาณน้ำมันยิ่งมาก ยิ่งละลายสิ่งสกปรกได้ดีปริมาณน้ำมันมากไปน้อย เรียงได้ดังนี้ครับ Oil > Cream > Milk > Gel
2 ** ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อยิ่งหนืด จะทำให้เวลาถูวนบนใบหน้า นิ้วมือไม่สัมผัสหน้าโดยตรง ลดการเสียดสีจากมือไปได้อีกความหนืดเรียงได้ดังนี้ครับ Cream > Milk = Gel > Oil
3 ** ยิ่งใช้ปริมาณเยอะ ยิ่งล้างออกได้หมดจดซึ่งจะสัมพันธ์กับข้อที่ 2 กล่าวคือ ถ้าผลิตภัณฑ์ยิ่งหนืด เราจะควักมันขึ้นมา และวางมันลงบนหน้าได้โดยที่มันจะไม่ไหลมาที่กราม ทำให้สามารถใช้ปริมาณเยอะได้ง่ายกว่า

ดังนั้นแล้ว เวลาหลาย ๆ ท่านมาถามผมว่าใช้อะไรล้างเมคอัพออกดี ผมจะแนะนำ Cleansing Cream เสมอครับ เพราะปริมาณน้ำมันเยอะ เนื้อหนืด ควักได้ ใช้เยอะ ๆ มาโปะที่หน้าแล้ววน ๆ ๆ รอบเดียวเมคอัพก็ละลายออกมา สะอาดหมดจด

แต่อย่าลืมว่า ข้อควรระวังคือ จะต้องใช้ Face Wash ล้างตามเสมอ 1-2 รอบเพื่อขจัดน้ำมันจาก Cleansing Cream ที่เหลืออยู่ออกไปครับ

แต่พอผมพูดแบบนี้ หลายท่านอาจจะเข้าใจผิดว่า แบบนี้เราไม่ใช้ Rubbing แล้ว ใช้ Dissolving อย่างเดียวดีกว่า ที่จริงคือ เราต้องเลือกวิธีล้างให้เหมาะกับ ระดับความล้างออกยากของสิ่งสกปรกครับ

เพราะหากเราใช้ Cleansing Cream มากเกินไป หรืออยากจะให้สะอาดหมดจด ล้างมัน 2-3 รอบ หรือวันไหนไม่ได้ออกจากบ้านไม่ได้เมคอัพ กันแดดไม่ได้กันน้ำ แต่เราก็ยังใช้ Cleansing Cream อีก แบบนี้ ไขมันดี ในผิวเราก็จะโดนล้างออกมาด้วย กลายเป็นว่าผิวยิ่งบอบบางครับ



สุดท้าย ไม่ว่าจะล้างหน้าด้วยวิธีใดก็ตาม ข้อควรระวัง อีกข้อ ก็คือ ทุกครั้งที่ล้างหน้า ไขมันดี ที่อยู่ใน Skin Barrier มันก็จะถูกล้างออกไปด้วยเสมอ ไม่มากก็น้อยครับ

ซึ่งไขมัน (Intercellular Lipid) เหล่านี้ ทำหน้าที่อุดช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวเอาไว้ ทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ สารแปลกปลอมจากภายนอกจู่โจมได้ยาก ทำให้ผิวมีสุขภาพดีแข็งแรง

ดังนั้น หลังล้างหน้าทุกครั้ง ควรรีบบำรุงทันทีด้วย AMT Liposome Serum เพื่อรีบไปอุด Intercellular Lipid ให้มีสภาพที่แน่นหนาไม่เสียความชุ่มชื้นแต่ยังยอมให้สารอาหารผ่านได้ หรือที่เรียกว่า Tight but Permeable Skin Barrier นั่นเองครับ ส่วน Emulsion, Essence Mist หรือสกินแคร์อื่น ๆ ถ้ารีบไม่มีเวลา เดี๋ยวมาทาตามทีหลังก็ได้ครับ ผมก็ทำแบบนี้เหมือนกันครับบางที

รูทีนผมในวันรีบ ครับ ตอนเย็น กลับมาบ้านรีบล้างหน้า > ลงเซรั่ม > ไปกินข้าว เล่นกับลูก > จะนอนค่อยมาทา Emulsion > Mist > Night Cream ครับ

*** แต่ถ้ามีเวลา ทาต่อเนื่องกันไปดีแล้วนะครับ เพราะ Serum มันมี Boosting Effect ให้กับสกินแคร์ตัวถัด มา หากใช้ต่อเนื่องกันไปครับ ***

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ แก่ทุกท่าน ไม่มากก็น้อยนะครับ ลองปรับใช้ดูนะครับ มีข้อสงสัย สอบถาม คอมเมนท์มาได้เลยนะครับผม สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ ดูแลรักษาสุขภาพ ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ นะครับ

Tag : Beauty tips สิว ผิวระคายเคืองง่าย

#AMTSkincare #AMTfamily #AMTHandbook #YourSkinGuardian #skincare #สกินแคร์

ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับพวกเราได้ที่

https://linktr.ee/AMTSkincare

บทความอื่นๆ

ion casino

ion casino

sbotop

slot bet 100

joker123 gaming

slot qris

slot 777

mahjong

slot deposit 10rb

slot deposit pulsa tanpa potongan

slot deposit pulsa tanpa potongan

bonus new member

slot filipina

slot myanmar

slot vietnam

slot garansi kekalahan 100

judi bola

slot myanmar

depo 25 bonus 25 to kecil

slot vietnam

depo 25 bonus 25

demo slot sugar rush

akun pro myanmar

slot bet kecil

bonus new member

bonus new member

joker123

demo lucky neko

slot joker123

slot garansi kekalahan

https://robertoduarte.com.br/wp-includes/Slot777/

https://billig-is.dk/wp-content/slot777/

https://www.firshop.com/wp-includes/slot777/

https://simone.co.uk/wp-content/slot777/

joker123

Situs Slot777

situs slot server kamboja

Slot Gacor 777

sbobet

situs slot server thailand

Slot Gacor 777

https://pabloscobar.com/wp-includes/slot777/

https://www.aprendetrompeta.com/wp-admin/slot777/

https://www.carehealth.uk/wp-includes/slot777/

https://justforbaby.co/slot777/

ion slot gacor

judi bola online

slot777

slot777

slot bet 100

slot bet 100

https://creativelifestyleblog.com/

slot gacor

slot pasjackpot